สมุดไดอารี่ vs ไดอารี่ออนไลน์
วันนี้จัดห้อง แล้วก็มาค้นเจอสมุดไดอารี่เล่มนี้เข้าโดยบังเอิญ
ผ่านมา 7 ปีเต็มเลยแฮะ จากที่ทดลองเขียนไดอารี่ลงสมุด รู้สึกว่าไม่ประสบความสำเร็จกับการเขียนรูปแบบนี้แฮะ (บันทึกหน้าสุดท้ายที่เขียนในนั้นคือก่อนจะถึงวันเกิดในปี 2010 แล้วอยู่ๆก็เลิกหรือลืมเขียนไปเลยซะเฉยๆซะงั้น)
เดาเอาว่าคงเป็นเพราะเป็นคนที่พอจะเขียนอะไรแล้วเขียนสั้นๆไม่ค่อยเป็น ชอบเล่ายาวๆแบบมีรายละเอียด มันก็เลยทำให้ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ถ้าเป็นการเขียนด้วยลายมือ เพราะมันเขียนได้ไม่ไวเท่าความคิดของสมอง ซึ่งต่างกับการเขียนออนไลน์ที่เราจะพิมพ์ได้เร็วๆพอๆกับความคิด จึงเดาว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เลิกเขียนไปละมั๊งนะ ถนัดเขียนแบบออนไลน์มากกว่า
ความแตกต่างของเราตอนเขียนไดฯออนไลน์กับลงสมุด คือ ในสมุดจะบันทึกอะไรไร้สาระไปเรื่อย เป็นข้อความที่ไม่ประติดประต่อกันเท่าไหร่นัก เลือกเขียนเหตุการณ์สั้นๆ ที่เกิดเหตุในวันนั้นๆ ไม่เขียนยาวเพราะรู้สึกเมื่อย เลยไม่มีรายละเอียดปลีกย่อย เป็นการสรุปเหตุการณ์ประจำวันทั่วๆไปทั้งที่สำคัญและไร้สาระ
ซึ่งต่างกับเวลาเราเขียนออนไลน์ มักจะเขียนยาวแบบมีอธิบายรายละเอียด เผลอๆมีรูปประกอบเรื่องด้วย และค่อนข้างไปทางมีประโยชน์หรือมีสาระมากกว่าปกติหน่อย มีการคิดก่อนว่าจะเขียนอะไรบ้างให้เป็นเรื่องเป็นราว เขียนเรื่องเดียวกันต่อเนื่อง ไม่สะเปะสะปะไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ ประมาณว่า คล้ายๆบทความกึ่งไดอารี่ซะมากกว่า อาจจะเพราะคิดว่ามันเป็นแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นบันทึกแบบเปิดให้คนทั่วไปอ่านได้ด้วย ละมั๊งนะ พอเขียนแล้วก็ต้องแบบอธิบาย กลัวคนอ่านไม่เก็ทเรื่องที่เล่า ซึ่งจะต่างกับตอนเราบันทึกลงสมุดจริง ที่แบบว่า เพราะอ่านคนเดียว ไม่ได้ให้ใครอ่านด้วย เลยเขียนแบบสั้นๆง่ายๆ เข้าใจได้คนเดียว ว่าเรื่องที่เขียนถึง คืออะไร ยังไง
แต่ก้อนะ..พอวันนี้ได้ย้อนหลังกลับไปอ่านไดอารี่แบบสมุดบันทึกจริง ก็เออ รู้สึกดีเหมือนกัน อารมณ์อ่านไดฯแบบเขียนด้วยลายมือตัวเอง มันก็มีมนต์ขลังไปอีกแบบนึง จนทำให้รู้สึกว่าอยากจะลองทำมันต่อไปอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการเขียนแบบออนไลน์ (ทำยังกะมีเวลาเยอะ … ตรูจะรอดมั๊ยเนี่ย)
สู้ๆ FIGHTING…FIGHTING !!!
แหล๋ทั่วไป 2017 2560 สมุดไดอารี่ ไดอารี่ออนไลน์ diarybook onlinediary
